โลกเปลี่ยนได้ ด้วยใจเรา

posted on 14 Aug 2015 23:47 by manuellavoiebeebe

ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือระหว่างวารสารสื่อชุมชน และวิชาการดอทคอม www.pttplc.com


Image (1)           “ปัญหาโลกร้อน เราต้องหยุดที่ตัวเราทำ” ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ปราชญ์ด้านการเกษตรได้ให้แง่คิดถึงความสำคัญของโลกร้อนที่นับวันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของโลก

           สถานการณ์โลกที่ร้อนขึ้นทุกวัน น้ำท่วมฉับพลันภูเขาน้ำแข็งละลาย เป็นหลักฐานที่ทำให้ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที และคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้มาจากฝีมือของพวกเราเอง

           จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้องผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อสร้างความสะดวกสบายและสนองความต้องการของทุกคน แต่ใครเลยที่จะนึกถึงที่มาของสินค้าเหล่านี้ว่ามาจากทรัพยากรธรรมชาติทั้งสิ้น หรือแม้แต่ของที่สังเคราะห์เช่นพลาสติกก็ยังผลิตมาจากปิโตรเลียม และถึงแม้จะมีการคิดค้นเทคโนโลยีขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการบริโภค ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานจากธรรมชาติมาทดแทนพลังงานฟอสซิล แต่ก็ไม่เห็นผลเท่ากับถ้าวันนี้เราเริ่มแก้ปัญหาจากต้นตอที่แท้จริง นั่นก็คือการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ที่เริ่มได้ง่ายๆ จาก “ใจ” ของพวกเราเสียก่อน

           สื่อต่างๆ ได้ออกมากระตุ้นต่อมความคิดให้คนทั่วโลกได้ตระหนักถึงโลกร้อนอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นหนังสารคดี No Impact Man ที่นำเสนอชีวิตจริงของโคลิน บีแวน และครอบครัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ใจกลางเมืองนิวยอร์ก แต่สมาชิกทั้งหมดพยายามปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในรบกวนทรัพยากรธรรมชาติน้อยที่สุด เช่น ขี่จักรยานแทนการขับรถยนต์ กินอาหารมังสวิรัติ ไม่ใช้ไฟฟ้า และไม่ใช้กระดาษชำระ สิ่งเหล่านี้อาจจะดูลำบาก แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็สามารถช่วยลดการใช้ถุงขยะได้ 1,248 ใบ ลดการใช้ถ้วยกระดาษ 2,190 ใบ และลดการผลิตขยะได้ถึง 4,380 ใบ ในขณะที่ชุมชนการปฏิบัติธรรมของหมู่บ้านพลัมที่ก่อตั้งโดยติช นัท ฮันห์ ซึ่งกระจายอยู่ในประเทศ เช่น ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฮ่องกง ได้ช่วยลดโลกร้อนผ่านกิจวัตรประจำวัน เช่น การกินอาหารมังสวิรัติ งดนมและผลิตภัณฑ์จากนม เพื่อลดมลภาวะจากการเลี้ยงปศุสัตว์ และยังมีวัน Car Free Day เพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2535 องค์กร Media Foundation ได้มีแนวคิด Buy Nothing Day หรือให้คนหยุดซื้อหนึ่งวัน โดยที่ไม่ได้ห้ามให้ซื้ออะไรเลย แต่ให้คิดถึงความจำเป็นของสิ่งที่จะซื้อว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง ซึ่งแนวคิดนี้ได้เผยแพร่ไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย

           นี่เป็นเพียงบางตัวอย่างของพฤติกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงมากจากภายในของผู้กระทำ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดได้จาก “ใจ” นั่นเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากที่พวกเราทุกคนจะฝึกฝนและทดลองการทำสิ่งที่ดีๆ ให้กับโลก เพียงคนละไม้คนละมือ ร่วมใจกันปฏิบัติไม่กี่วัน ปรับใจให้รักโลก เปลี่ยนวิถีการบริโภคเสียใหม่ รับรองได้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่จะหมุนโลกให้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างแน่นอน

17

           สุดท้ายนี้ อยากจะฝากข้อคิดของศาสตราจารย์ระพี ให้พวกเราทุกคนได้นำไปคิดถึงการใช้ชีวิตของเราเองว่าคุณได้ทำร้ายโลกมากน้อยแค่ไหนแล้ว...

           “เราอยู่อย่างไม่รู้จักพอ อะไรๆ ก็อยากได้ เกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งนั้น เพราะมนุษย์อยากจะพัฒนาจึงทำให้เราตาย นี่เป็นสัจธรรม

           สิ่งของที่เราอยากได้ คิดว่าจำเป็นต้องใช้จริงหรือไม่นั่นคือ ข้ออ้างของเรา เพราะเราอยากได้เราจึงอ้างว่าจำเป็น ถ้าเราหยุด เราไม่อ้างอะไร เราจะรู้ว่ายิ่งทำก็ยิ่งหยุด คนอื่นไม่หยุดก็ช่างเขา คุณทำเถิด เพียงแต่หยุดที่ตัวเราทำ แล้วทุกอย่างจะส่งผลถึงกัน

           เราจะสอนเด็กอย่างไรให้เขาเข้าใจในเรื่องโลกร้อนขอให้มีจิตใต้สำนึกว่า เด็กกำลังมองเราอยู่ อย่าทำอะไรให้เสียหายมาถึงเขา เด็กเล็กๆ ยิ่งสะอาด เกิดมายังพูดไม่รู้เรื่องแต่รู้ว่าเราทำ ตาเนื้อไม่เห็น แต่ตาใจคือจิตใจ คือปัญญาเห็นอยู่ เขาจะซึมซับเข้าไปเอง”

ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือระหว่างวารสารสื่อชุมชน และวิชาการดอทคอม www.pttplc.com 


             ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ทิเบตกำลังมุ่งหน้าสู่ความเป็น “ดินแดนพลังสะอาด” แทบทุกหนทุกแห่งในกรุงลาซาตลอดจนชนบทที่ห่างไกล จะพบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อาศัยพลังงานแสงอาทิตย์ (รวมถึงพลังงานชีวภาพและพลังงานลม) สมกับเป็นประเทศรุ่มรวยแสงอาทิตย์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คือสามารถรับแสงแดดเฉลี่ยถึง 3,000 ชั่วโมงต่อปี

06-may-54-1

             เหตุนี้เองชาวทิเบตจึงมีเครื่องน้ำร้อนและฮีตเตอร์จากพลังงานแสงอาทิตย์ใช้กันแทบทุกบ้านเพื่อใช้งานยามฤดูหนาวรวมถึงเตาอบอาหารที่แต่เดิมใช้น้ำมันจามรีเป็นเชื้อเพลิง ก็เปลี่ยนมาเป็นการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งมีมากถึง 395,000 ครัวเรือน

             หม่าเฉิงเจีย ผู้อำนวยการกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเขตกครองตนเองทิเบต เล่าถึงพลังงานสะอาดนี้ว่า “ในอดีตคนทิเบตขาดแคลนไฟฟ้าเฉลี่ย 25 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง แต่ตอนนี้เรามีพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยิ่งใหญ่และแก้ไขปัญหานี้ได้แล้ว”

             ซึ่งไม่เพียงแต่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตไปในตัว

 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณัยกระทรวงมหาดไทย 


              กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แนะประชาชนเรียนรู้วิธีเลือกใช้ถังดับเพลิงอย่างถูกวิธี เหมาะสมกับสถานที่และประเภทของเชื้อเพลิง พร้อมศึกษาวิธีดับเพลิงอย่างถูกต้อง ตามขั้นตอนสำคัญ “ดึง กด ปลด ส่าย” เพื่อให้สามารถระงับเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็ว และควบคุมเพลิงมิให้ขยายวงกว้าง ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

1267781277

              นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อัคคีภัยเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ถังดับเพลิงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยระงับเหตุเพลิงไหม้มิให้ลุกลามและขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอแนะประชาชนเรียนรู้วิธีเลือกใช้ถังดับเพลิงและวิธีดับเพลิงอย่างถูกวิธี ดังนี้

              เลือกใช้ถังดับเพลิงให้เหมาะสมกับสถานที่ โดยบริเวณนอกอาคาร ควรใช้ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง ซึ่งมีลักษณะเป็นฝุ่นฟุ้งกระจาย ส่วนบริเวณภายในอาคารหรือสำนักงานที่มีเอกสาร อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องใช้สำนักงานจำนวนมาก ควรใช้ถังดับเพลิงชนิดเหลวระเหย เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งของ และเหมาะสำหรับการดับเพลิงไหม้ที่มีสาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร สำหรับบริเวณห้องครัว ซึ่งมักมีคราบน้ำมันอาจทำให้เพลิงไหม้ลุกลาม ควรใช้ถังดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ควบคู่กับชนิดโฟม จะช่วยควบคุมเพลิงไหม้ได้  

              เลือกใช้ถังดับเพลิงให้เหมาะสมกับประเภทของเชื้อเพลิง กรณีเพลิงไหม้วัสดุติดไฟง่าย เช่น กระดาษ ผ้า ไม้ ยาง พลาสติก เป็นต้น ควรใช้ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งหรือใช้น้ำฉีดพ่นไปที่ต้นเพลิงจนกว่าเพลิงสงบ กรณีเพลิงไหม้ก๊าซไวไฟ เช่น น้ำมัน สี แลกเกอร์ จารบี ก๊าซหุงต้ม เป็นต้น ควรใช้ถังดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จะช่วยลดความร้อนและกำจัดออกซิเจน ทำให้เพลิงไม่ลุกลามมากขึ้น หากไม่มีถังดับเพลิงให้ใช้ผ้าหนาๆ ชุบน้ำ หรือนำทรายมาโปะบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ จะช่วยควบคุมการลุกลามของไฟได้ กรณีเพลิงไหม้เครื่องใช้ไฟฟ้า ให้รีบตัดกระแสไฟฟ้า และใช้ถังดับเพลิงชนิดเหลวระเหยฉีดพ่น ห้ามใช้น้ำหรือถังดับเพลิงชนิดฟองโฟมอย่างเด็ดขาด เพราะน้ำและโฟมเป็นสื่อนำไฟฟ้า อาจทำให้ถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิตได้ กรณีเพลิงไหม้โลหะติดไฟ เช่น อลูมิเนียม แม็กนีเซียม เป็นต้น ห้ามใช้น้ำดับอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ควรใช้ผงเกลือแกงหรือทรายแห้ง จะช่วยควบคุมการลุกไหม้ของโลหะได้

1

              สำหรับวิธีการใช้ถังดับเพลิงเคมี ควรปฏิบัติตามหลัก “ดึง กด ปด ส่าย” ใน ๔ ขั้นตอน ได้แก่ ดึง โดยดึงสลักนิรภัยออกจากคันบีบบริเวณ  หัวถังดับเพลิง หากดึงไม่ออกให้ใช้วิธีบิดก่อนแล้วค่อยดึง ปลด ปลดสายฉีดน้ำออกจากตัวถังดับเพลิง โดยดึงจากปลายสายและใช้มือจับอย่างมั่นคง กด กดคันบีบด้านบนของถังดับเพลิงเพื่อฉีดพ่นสารเคมีไปยังต้นเพลิง ส่าย ส่ายหัวฉีดของถังดับเพลิงไปให้ทั่วบริเวณฐานไฟหรือต้นเพลิง โดยผู้ใช้งานควรอยู่ห่างจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ประมาณ ๒ – ๔ เมตร จะช่วยให้การดับเพลิงมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ท้ายนี้ การเลือกใช้ถังดับเพลิงให้เหมาะสมกับสถานที่และประเภทของเชื้อเพลิง รวมถึงการเรียนรู้วิธีใช้ถังดับเพลิงอย่างถูกวิธี จะช่วยให้สามารถระงับเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็วและควบคุมเพลิงไหม้มิให้ขยายวงกว้างได้